USER ID
PASSWORD
 
  สมัครสมาชิกกับเรา ฟรี!!
รับข่าวสารล่าสุดก่อนใคร พร้อมรับ
สิทธิพิเศษ ส่วนลดค่าสมัครเรียนหลักสูตร ต่างๆ และ ทดลองทำข้อสอบภาษาอังกฤษ ฟรีและ สิทธิพิเศษอื่นๆอีก
 
  สมัครสมาชิก  
 

แวะเข้ามาคุยกับเรา
ก่อนสิคะ โดยไม่ต้องเสีย
ค่าใช้จ่ายใดๆ หรือ คลิกที่นี่
พร้อมระบุคอร์ส ที่น้อง ๆ
สนใจ แล้วเราจะติดต่อ
กลับไปค่ะ

รายละเอียด
 

...

โห้ว!!!!!!!!! โทรฟรี ทั...

ytxOTcfLKer

rDumpxCYJ

lDTudDkXmcSCKtTiRe

lDTudDkXmcSCKtTiRe

VoOlYDod

TyGJkMcNSTIqmoa
รายละเอียด

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการขอวีซ่าอเมริการ

การเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างถูกกฎหมายผู้เดินทาง จะต้องมีวิซ่าเข้าประเทศ ตามวัตถุประสงค์ของการเดินทางเข้าประเทศในครั้งนั้น ๆ นอกจากนี้ การมีวีซ่าไม่ใช่การรับประกันว่าผู้เดินทางจะเข้าประเทศได้ จุดที่ตัดสินว่าผู้เดินทางสามารถเข้าประเทศได้หรือไม่ คือเจ้าหน้าทีกองตรวจคนเข้าเมือง ที่ทำหน้าที่ตรวจประทับตราเข้าเมืองที่สนามบินแรก ที่เราเดินทางเข้าไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกา

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการขอวีซ่าเพื่อไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา สามารถสรุปพอเป็นสังเขปได้ดังนี้

    1. SEVIS (ซี-วิส) I-20

แบบฟอร์ม I-20 เป็นเอกสารการตอบรับเข้าศึกษาที่สถาบันการศึกษาเป็นผู้ออกให้ เพื่อแสดงถึงการตอบรับนักศึกษาที่มีชื่อตามใน I-20 เข้าศึกษาที่สถาบัน โดยจะมีรายละเอียดทั้งหมดของนักศึกษา I-20 เป็นเอกสารสำคัญที่ยืนยันการตอบรับเข้าศึกษาที่สถาบันนั้น ๆ จึงเป็นเอกสารที่นักศึกษาจำเป็นต้องใช้ สำหรับการยื่นขอวีซ่านักเรียนแบบ F-1

    2. ค่าธรรมเนียม SEVIS FEE คืออะไร?

ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2004 เป็นต้นมา US Department of Homeland Security (DHS) ได้ออกกฎหมายข้อบังคับใหม่ขึ้นซึ่งเป็นข้อกำหนดให้ผู้สมัครวีซ่าประเภท F-1 และ J-1 ชำระค่าธรรมเนียม SEVIS Fee จำนวน US $ 100 ซึงเป็นการชำระเพียงครั้งเดียว เพื่อให้ครอบคลุมถึงบริการในส่วนนี้จะแตกต่างหากจากค่าธรรมเนียม ในการยื่นของวีซ่า อย่างไรก็ดี ข้อบังคับใหม่นี้จะไม่รวมถึงผู้ที่อยุ่ในสหรัฐอเมริกาแล้วด้วยวีซ่า F-1 หรือ J-1

ค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ สามารถชำระได้ทางไปรษณีย์หรือผ่านทาง Internet เท่านั้น ผู้ที่สามารถชำระค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ได้คือนักศึกษา หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่นเพื่อน ญาติ บริษัทตัวแทน หรือสถาบันการศึกษา แผนกวีซ่าจะไม่ดำเนินการนัดสัมภาษณ์ให้กับผู้ที่ยื่นขอวีซ่า จนกว่าจะได้ชำระค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ และ DHS ได้รับค่าธรรมเนียมในส่วนนี้แล้ว

    3. แบบฟอร์ม DS-2019

เป็นเอกสารการตอบรับเข้าศึกษาที่สถาบันการศึกษาเป็นผู้ออกเหมือนกับ I-20 แต่ DS-2019 เป็นเอกสารตอบรับนักศึกษาที่ได้รับเลือกเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน ซึ่งรวมนักเรียนทุน และผู้ที่ไปศึกษาดูงานหรือฝึกอบรมตามคำเชิญของหน่วยงานในประเทศอเมริกา และถือว่าเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเภท J-1

    4. แบบฟอร์ม DS-156 / DS -157

ในปัจจุบัน ผู้ที่ต้องการยื่นขอวีซ่านักเรียนไปสหรัฐอเมริกาต้องกรอกใบคำร้องหรือแบบฟอร์ม DS-156 (http://evisaforms.stae.gov/) และ แบบฟอร์ม DS-157 (http://foia.state.gov/FORMS/visa/ds0157.pdf) แบบ online และเมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว ต้องสั่งพิมพ์เพื่อแนบไปกับแบบฟอร์มหรือเอกสารอื่น ๆ ในวันที่ยื่นขอวีซ่านักเรียนที่สถานทูต

    5. แบบฟอร์ม I-94 หรือเอกสารบันทึกการเข้า-ออกประเทศ

เป็นเอกสารที่ได้รับบนเครื่องบินเพื่อให้ทุกคนกรอกและยื่นให้กับเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองเมื่อเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา เจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองจะพิจารณาเอกสารทุกอย่างและกรอกข้อมูลระยะเวลาที่อนุญาตให้อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาครั้งนั้น ๆ จากนั้นจะแนบเอกสาร I-94 ไว้กับหนังสือเดินทาง จะมีตัวเลข 11 หลัก ซึ่งเป็นตัวเลขที่กองตรวจคนเข้าเมืองใช้ตรวจสอบการเข้า-ออกประเทศแต่ละครั้งของผู้เดินทาง สำหรับผู้ที่ถือวีซ่า F-1 สามารถพำนักอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ ตามระยะเวลาที่จำเป็นต่อการศึกษาในหลักสูตรตราบใดที่หนังสือเดินทางยังมีอายูอย่างน้อย 6 เดือน นอกจากนี้บันทึก D/S ยังเป็นสิ่งที่แสดงถึงการอนุญาตในการทำงานหลังจากสำเร็จการศึกษา ถ้านักเรียนต้องการอยู่ในประเทศต่อเพื่อเข้าศึกษาในหลักสูตรอื่น ๆ เช่น การศึกษาปริญญาโท หลังจากสำเร็จการศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาตรี นักศึกษาต้องยื่นเอกสารเพื่อขอต่ออายุอย่างน้อย 60 วัน ก่อนสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรแรก

    สำหรับผู้ที่ถือว่าวีซ่า J-1 จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาตามระยะเวลาที่จำเป็นต่อการศึกษาในหลักสูตรและสำหรับผู้ที่ถือวีซ่า M-1 จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศระยะหนึ่ง แต่ไม่เกิน 1 ปี ถ้าต้องการอยู่นานกว่านั้น นักศึกษาต้องยื่นขออนุญาตการอยู่ต่อ

    สำหรับผู้ที่ถือวีซ่า B1/B2 จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ ตามความจำเป็นและเหตุผลของการเดินทางเข้าประเทศในแต่ละครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมือง จะเป็นผู้ใช้วิจารณาณในการกำหนดระยะเวลาที่อนุญาตให้อยู่ได้


ประเภทของวีซ่า

วีซ่า F-1

    เป็นวีซ่าสำหรับนักเรียนโดยทั่วไป ที่ลงทะเบียนเรียนในรูปแบบของการเรียนเต็มเวลาหรือ Full-Time กับทั้งวิทยาลัย โรงเรียนมัธยม หรือสถาบันสอนภาษา ในประเทศสหรัฐอเมริกา นักเรียนไทยส่วนใหญ่จะต้องขอวีซ่าประเภทนี้เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการยื่นวีซ่าแบบ F-1 คือฟอร์ม I-20 จากสถาบันการศึกษา

วีซ่า J-1

    เป็นวีซ่าสำหรับผู้ได้รับเลือกเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนหรือ “Exchange Program” รวมถึงผู้ที่ไปศึกษาดูงานหรือฝึกอบรมตามคำเชิญของหน่วยงานในประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาทั้งจากรัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลไทย

วีซ่า B1/B2

    เป็นวีซ่าประเภทธุรกิจ หรือท่องเที่ยว ซึ่งเป็นวีซ่าประเภทที่มีผู้ยื่นคำร้องมากที่สุด ขั้นตอนการยื่นคำร้องจะเหมือนกับการยื่นวีซ่าประเภท F-1 นั่นคือการชำระค่าธรรมเนียมในการดำเนินการเทียบเท่ากับ US$ 100 และกรอกใบคำร้อง แต่สำหรับวีซ่าท่องเที่ยว ผู้ยื่นคำร้องจะใช้ฟอร์ม DS-156 เท่านั้น

ขั้นตอนใหม่ในการขอวีซ่าไปสหรัฐ อเมริกา

    ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2549 เป็นต้นไปสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาได้เริ่มใช้ระบบข้อมูลวีซ่า และขั้นตอนการนัดวันสัมภาษณ์ ที่ใช้ทั่วประเทศ ผู้ประสงค์ยื่นขอวีซ่าจะต้องทำการนัดหมายโดยผ่าน บริการเว็บไซต์และ Call Center สำหรับข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ ทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์ ในการใช้บริการนี้ ท่านต้องซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์โดยหักเงินทางบัตรเครดิต หรือจ่ายเงินผ่านที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ เมื่อใช้รหัสประจำตัว (PIN) ท่านจะสามารถหาข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ ์เพื่อขอวีซ่าชั่วคราวสำหรับสมาชิกในครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน

1. ชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าเป็นเงินประมาณ 4,000 บาท ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการตามสาขาต่าง ๆ ที่ระบบ http://bangkok.usembassy.bov/services/visa/NIVChechlist.pdf

2. ซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ได้โดยตรงทางเวบไซค์หรือผ่าน Call Centre โดยใช้บัตรเครดิต หรือเงินสดซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ

- บริการรหัสประจำตัว (PIN) ทางเวบไซค์ ค่าธรรมเนียม 400 บาท หรือ
- บริการรหัสประจำตัว (PIN) ทางโทรศัพท์ ค่าธรรมเนียม 720 บาท

3. จองสัมภาษณ์ทางเวบไซค์ หรือทางโทรศัพท์สำหรับสมาชิกครอบครัวที่อาศุยอยู่บ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน

4.หาข้อมูลจาก http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/index.htm
http://bangkok.usembassy.gov/consulcm/

5. เตรียมเอกสารที่กำหนด

6. ไปสถานทูตตามเวลาวันที่นัดหมาย
        แผนกกงสุล สถานทูตสหรัฐอเมริกา
        ตรงข้ามอาคารสินธร หรือเยื้องกับสถานทูตสหรัฐอเมริกาอาคารใหม่
        เลขที่ 95 ถนนวิทยุ ปทุมวัน
        กรุงเทพมหานคร 10330
        โทรศัพท์ 02 -205-4000
        โทรสาร 02- 254-1171 02 205 4103

7. เฉพาะผู้ขอวีซ่าในกรุงเทพมหานคร ซื้อซองไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ที่สถานทูต ราคา 50 บาท

8. หนังสือเดินทางส่งคืนทางไปรษณีย์ภายใน 3 วันทำการ

นักเรียนสามารถหาข้อมูลของรัฐต่าง ๆ เพิ่มเติมจากเวบไซค์ต่าง ๆ

New York
- Website หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ www.iloveny.com
- Website ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐ www.state.ny.us

California
- Website หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ www.gocalif.ca.gov
- Website ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐ www.state.ca.us

Colorado

- Website หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ www.colorado.com
- Website ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐ www.colordo.gov

Florida

- Website หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ www.flausa.com
- Website ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐ www.myflorida.com

Lllinois

- Website หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ www.enjoyillinois.com
- Website ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐ www.illinois.gov

Indiana

- Website หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ www.in.gov/enjoyindiana
- Website ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐ www.ai.org

Massachusetts

- Website หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ www.massvacation.com
- Website ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐ www.mass.gov

Washington

- Website หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ www.tourism.wa.gov
- Website ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐ www.access.wa.gov

 


 

 
255 ชั้น 1 คาชา โรยัล สุขุมวิท 21 (อโศก) คลองเตยเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทร. 02-640-8355 แฟกซ์ 02-640-8358 Hotline : 089-0093431
E-mail : info@adedconsultant.com
 
 
Copyright 2004 - Advanced Education Consultant Co.,Ltd - All rights reserved
Design by : B plus J