ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการขอวีซ่าอเมริการ
การเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างถูกกฎหมายผู้เดินทาง
จะต้องมีวิซ่าเข้าประเทศ ตามวัตถุประสงค์ของการเดินทางเข้าประเทศในครั้งนั้น
ๆ นอกจากนี้ การมีวีซ่าไม่ใช่การรับประกันว่าผู้เดินทางจะเข้าประเทศได้
จุดที่ตัดสินว่าผู้เดินทางสามารถเข้าประเทศได้หรือไม่
คือเจ้าหน้าทีกองตรวจคนเข้าเมือง ที่ทำหน้าที่ตรวจประทับตราเข้าเมืองที่สนามบินแรก
ที่เราเดินทางเข้าไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกา
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการขอวีซ่าเพื่อไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา
สามารถสรุปพอเป็นสังเขปได้ดังนี้
1.
SEVIS (ซี-วิส) I-20
แบบฟอร์ม I-20 เป็นเอกสารการตอบรับเข้าศึกษาที่สถาบันการศึกษาเป็นผู้ออกให้
เพื่อแสดงถึงการตอบรับนักศึกษาที่มีชื่อตามใน I-20 เข้าศึกษาที่สถาบัน
โดยจะมีรายละเอียดทั้งหมดของนักศึกษา I-20 เป็นเอกสารสำคัญที่ยืนยันการตอบรับเข้าศึกษาที่สถาบันนั้น
ๆ จึงเป็นเอกสารที่นักศึกษาจำเป็นต้องใช้ สำหรับการยื่นขอวีซ่านักเรียนแบบ
F-1
2.
ค่าธรรมเนียม SEVIS FEE คืออะไร?
ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2004 เป็นต้นมา US Department
of Homeland Security (DHS) ได้ออกกฎหมายข้อบังคับใหม่ขึ้นซึ่งเป็นข้อกำหนดให้ผู้สมัครวีซ่าประเภท
F-1 และ J-1 ชำระค่าธรรมเนียม SEVIS Fee จำนวน US $ 100
ซึงเป็นการชำระเพียงครั้งเดียว เพื่อให้ครอบคลุมถึงบริการในส่วนนี้จะแตกต่างหากจากค่าธรรมเนียม
ในการยื่นของวีซ่า อย่างไรก็ดี ข้อบังคับใหม่นี้จะไม่รวมถึงผู้ที่อยุ่ในสหรัฐอเมริกาแล้วด้วยวีซ่า
F-1 หรือ J-1
ค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ สามารถชำระได้ทางไปรษณีย์หรือผ่านทาง
Internet เท่านั้น ผู้ที่สามารถชำระค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ได้คือนักศึกษา
หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่นเพื่อน ญาติ บริษัทตัวแทน
หรือสถาบันการศึกษา แผนกวีซ่าจะไม่ดำเนินการนัดสัมภาษณ์ให้กับผู้ที่ยื่นขอวีซ่า
จนกว่าจะได้ชำระค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ และ DHS ได้รับค่าธรรมเนียมในส่วนนี้แล้ว
3. แบบฟอร์ม
DS-2019
เป็นเอกสารการตอบรับเข้าศึกษาที่สถาบันการศึกษาเป็นผู้ออกเหมือนกับ
I-20 แต่ DS-2019 เป็นเอกสารตอบรับนักศึกษาที่ได้รับเลือกเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน
ซึ่งรวมนักเรียนทุน และผู้ที่ไปศึกษาดูงานหรือฝึกอบรมตามคำเชิญของหน่วยงานในประเทศอเมริกา
และถือว่าเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเภท
J-1
4. แบบฟอร์ม
DS-156 / DS -157
ในปัจจุบัน ผู้ที่ต้องการยื่นขอวีซ่านักเรียนไปสหรัฐอเมริกาต้องกรอกใบคำร้องหรือแบบฟอร์ม
DS-156 (http://evisaforms.stae.gov/) และ แบบฟอร์ม DS-157
(http://foia.state.gov/FORMS/visa/ds0157.pdf) แบบ online
และเมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว ต้องสั่งพิมพ์เพื่อแนบไปกับแบบฟอร์มหรือเอกสารอื่น
ๆ ในวันที่ยื่นขอวีซ่านักเรียนที่สถานทูต
5. แบบฟอร์ม
I-94 หรือเอกสารบันทึกการเข้า-ออกประเทศ
เป็นเอกสารที่ได้รับบนเครื่องบินเพื่อให้ทุกคนกรอกและยื่นให้กับเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองเมื่อเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา
เจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองจะพิจารณาเอกสารทุกอย่างและกรอกข้อมูลระยะเวลาที่อนุญาตให้อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาครั้งนั้น
ๆ จากนั้นจะแนบเอกสาร I-94 ไว้กับหนังสือเดินทาง จะมีตัวเลข
11 หลัก ซึ่งเป็นตัวเลขที่กองตรวจคนเข้าเมืองใช้ตรวจสอบการเข้า-ออกประเทศแต่ละครั้งของผู้เดินทาง
สำหรับผู้ที่ถือวีซ่า F-1 สามารถพำนักอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้
ตามระยะเวลาที่จำเป็นต่อการศึกษาในหลักสูตรตราบใดที่หนังสือเดินทางยังมีอายูอย่างน้อย
6 เดือน นอกจากนี้บันทึก D/S ยังเป็นสิ่งที่แสดงถึงการอนุญาตในการทำงานหลังจากสำเร็จการศึกษา
ถ้านักเรียนต้องการอยู่ในประเทศต่อเพื่อเข้าศึกษาในหลักสูตรอื่น
ๆ เช่น การศึกษาปริญญาโท หลังจากสำเร็จการศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาตรี
นักศึกษาต้องยื่นเอกสารเพื่อขอต่ออายุอย่างน้อย 60 วัน
ก่อนสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรแรก
สำหรับผู้ที่ถือว่าวีซ่า J-1 จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาตามระยะเวลาที่จำเป็นต่อการศึกษาในหลักสูตรและสำหรับผู้ที่ถือวีซ่า
M-1 จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศระยะหนึ่ง แต่ไม่เกิน
1 ปี ถ้าต้องการอยู่นานกว่านั้น นักศึกษาต้องยื่นขออนุญาตการอยู่ต่อ
สำหรับผู้ที่ถือวีซ่า B1/B2 จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้
ตามความจำเป็นและเหตุผลของการเดินทางเข้าประเทศในแต่ละครั้ง
ซึ่งเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมือง จะเป็นผู้ใช้วิจารณาณในการกำหนดระยะเวลาที่อนุญาตให้อยู่ได้
ประเภทของวีซ่า
วีซ่า F-1
เป็นวีซ่าสำหรับนักเรียนโดยทั่วไป
ที่ลงทะเบียนเรียนในรูปแบบของการเรียนเต็มเวลาหรือ Full-Time
กับทั้งวิทยาลัย โรงเรียนมัธยม หรือสถาบันสอนภาษา ในประเทศสหรัฐอเมริกา
นักเรียนไทยส่วนใหญ่จะต้องขอวีซ่าประเภทนี้เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการยื่นวีซ่าแบบ
F-1 คือฟอร์ม I-20 จากสถาบันการศึกษา
วีซ่า J-1
เป็นวีซ่าสำหรับผู้ได้รับเลือกเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนหรือ
Exchange Program รวมถึงผู้ที่ไปศึกษาดูงานหรือฝึกอบรมตามคำเชิญของหน่วยงานในประเทศสหรัฐอเมริกา
รวมถึงนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาทั้งจากรัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลไทย
วีซ่า B1/B2
เป็นวีซ่าประเภทธุรกิจ หรือท่องเที่ยว
ซึ่งเป็นวีซ่าประเภทที่มีผู้ยื่นคำร้องมากที่สุด ขั้นตอนการยื่นคำร้องจะเหมือนกับการยื่นวีซ่าประเภท
F-1 นั่นคือการชำระค่าธรรมเนียมในการดำเนินการเทียบเท่ากับ
US$ 100 และกรอกใบคำร้อง แต่สำหรับวีซ่าท่องเที่ยว ผู้ยื่นคำร้องจะใช้ฟอร์ม
DS-156 เท่านั้น
ขั้นตอนใหม่ในการขอวีซ่าไปสหรัฐ
อเมริกา
ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม พ.ศ.
2549 เป็นต้นไปสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาได้เริ่มใช้ระบบข้อมูลวีซ่า
และขั้นตอนการนัดวันสัมภาษณ์ ที่ใช้ทั่วประเทศ ผู้ประสงค์ยื่นขอวีซ่าจะต้องทำการนัดหมายโดยผ่าน
บริการเว็บไซต์และ Call Center สำหรับข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์
ทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์ ในการใช้บริการนี้ ท่านต้องซื้อรหัสประจำตัว
(PIN) ทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์โดยหักเงินทางบัตรเครดิต
หรือจ่ายเงินผ่านที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ เมื่อใช้รหัสประจำตัว
(PIN) ท่านจะสามารถหาข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ
์เพื่อขอวีซ่าชั่วคราวสำหรับสมาชิกในครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน
5 คน
1. ชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าเป็นเงินประมาณ
4,000 บาท ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการตามสาขาต่าง
ๆ ที่ระบบ http://bangkok.usembassy.bov/services/visa/NIVChechlist.pdf
2. ซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ได้โดยตรงทางเวบไซค์หรือผ่าน
Call Centre โดยใช้บัตรเครดิต หรือเงินสดซื้อรหัสประจำตัว
(PIN) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ
- บริการรหัสประจำตัว (PIN) ทางเวบไซค์ ค่าธรรมเนียม
400 บาท หรือ
- บริการรหัสประจำตัว (PIN) ทางโทรศัพท์ ค่าธรรมเนียม
720 บาท
3. จองสัมภาษณ์ทางเวบไซค์ หรือทางโทรศัพท์สำหรับสมาชิกครอบครัวที่อาศุยอยู่บ้านเดียวกันไม่เกิน
5 คน
4.หาข้อมูลจาก
http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/index.htm
http://bangkok.usembassy.gov/consulcm/
5. เตรียมเอกสารที่กำหนด
6. ไปสถานทูตตามเวลาวันที่นัดหมาย
แผนกกงสุล
สถานทูตสหรัฐอเมริกา
ตรงข้ามอาคารสินธร
หรือเยื้องกับสถานทูตสหรัฐอเมริกาอาคารใหม่
เลขที่
95 ถนนวิทยุ ปทุมวัน
กรุงเทพมหานคร
10330
โทรศัพท์
02 -205-4000
โทรสาร
02- 254-1171 02 205 4103
7. เฉพาะผู้ขอวีซ่าในกรุงเทพมหานคร ซื้อซองไปรษณีย์ด่วนพิเศษ
(EMS) ที่สถานทูต ราคา 50 บาท
8. หนังสือเดินทางส่งคืนทางไปรษณีย์ภายใน 3 วันทำการ
 นักเรียนสามารถหาข้อมูลของรัฐต่าง
ๆ เพิ่มเติมจากเวบไซค์ต่าง ๆ
New York
- Website หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ www.iloveny.com
- Website ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐ www.state.ny.us
California
- Website หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ www.gocalif.ca.gov
- Website ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐ www.state.ca.us
Colorado
- Website หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ www.colorado.com
- Website ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐ www.colordo.gov
Florida
- Website หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ www.flausa.com
- Website ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐ www.myflorida.com
Lllinois
- Website หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ www.enjoyillinois.com
- Website ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐ www.illinois.gov
Indiana
- Website หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ www.in.gov/enjoyindiana
- Website ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐ www.ai.org
Massachusetts
- Website หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ www.massvacation.com
- Website ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐ www.mass.gov
Washington
- Website หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ www.tourism.wa.gov
- Website ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐ www.access.wa.gov
|